| Profileเรียนรู้ด้วยตนเอง OOP C#...PhotosBlogLists | Help |
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
รวมบทความที่น่าสนใจนับร้อย
|
March 21 เรียน OOP C# กับลาภลอยไปหน้าแรก | สารบัญ | Laploy.com | ระเบียน บทความ | บทความจากลาภลอย เรียน OOP C# กับลาภลอย ใครอยากเรียน OOP และ C# กับผม (ลาภลอย วานิชอังกูร) ตอนนี้มีหลักสูตร Essential C# for Business Apps ส่วนผู้ที่สนใจหลักสูตร เรียนรู้การเขียน T-SQL และ Stored Procedure เพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่นธุรกิจ คลิกที่นี่
เกี่ยวกับหลักสูตร: Essential C# for Business Apps Development of an industrial strength/robust Business Application need more than good knowledge of C# syntax and OOP understanding. This course the Student will explore what it take to make a cutting edge, reliable and useable Software Application. The Student will be exposed to several Software engineering techniques useful for their everyday life. The instructor will transfer his ten years experience in software development in an easy to understand, step by step approach. The course covers several important subjects mandatory to 2010 era software development such as; Application Configuration management using LINQ to XML, Design and Create user friendly Interface, binding DataGridView to LINQ to SQL, ASP.NET web application techniques, to name but a few.
Scenario A: Control your Apps Configuration Scheme (ACS) The User customizable is one of the necessary requirements in most practical Business Application. In the days of pre-Dot Net, programmers relied on .ini meta-data file to keep the application manifest. Nowadays, .NET Framework and C# encourage the programmer to utilize XML to keep track of the Application's configuration. Knowing how to take advantage of this technique will set you apart from the old school coder. In this Scenario the student will be exposed to several fundamental concepts and techniques to create the user friendly Apps Configuration, such as; Working with XML in C#, How to use OOP Encapsulation technique to enhance ASC reusable and other useful tips.
Scenario B: Improve your Apps User Interface (UI) Your logic may be great. Your code might address all business logic. Your flow may be smooth and bug free. But your Business Application will be useless without a good User Interface. A good UI make the user life easier while the bad one makes it hard. You can make your Application shine by paying attention to the UI implementation. In this Scenario, the student will learn how to design and implement a good UI. This includes general UI techniques such as Consistency, Setting the standards, Using Color appropriately, etc. The Scenario also included OOP Inheritance technique to help you implement a better UI from a good UI base class. The student will also learn another important concept of C# and .NET Framework called "Delegate" which makes it possible to call back to the Parent from the Child UI.
Scenario C: Handling Business Data with DataGridView (DGV) To make C# works with SQL Server the one of the most difficult subject in software development. The good news is .NET Framework creator have to provide bells and whistles to make programmers’ life easier. The DataGridView is one of the tools that make using SQL Server a bliss. Learning to use DGV can be challenge. But once you master it, the world is your oyster. This Scenario presents Tips and Tricks of using the SQL Server 2008 database in your application. Learn how to work with LINQ to SQL. Overcome the incompatible of type system between SQL and C# by wrapping the database objects into C# Object using Microsoft Visual Studio 2008 build in Object-Relation Mapping tool (O/RM). Mastering the O/RM allow you to code database interaction in full OOP paradigm. This Scenario also covers several useful DGV techniques.
Scenario D: Building better Web Apps (WA) ASP.NET is a web application framework developed by Microsoft to allow programmers to build dynamic web sites, web applications and web services. This Scenario present several useful Tips and Tricks to help Students develop better ASP.NET Web Application. Despise ASP.NET web pages are stateless; the Student will learn how to keep track of information from one Web page to another. Beside the Stage Management, Students will also learn technique to inherited Webform Control to create an enhanced Customize User Control. The mechanism of controlling the user's authentication is a very important topic and to be addressed in this session. Last but not the least, the Instructor will give a step by step instruction on how to present interactive Chart graphic in C# ASP.NET Web page.
June 08 ตัวอย่างวิธีใช้ ADO.NET อย่างง่ายที่สุด
April 16 GreatFriends VTALKS ครั้งที่ 11ไปหน้าแรก | สารบัญ | Laploy.com | ระเบียนบทความ | บทความจากลาภลอย
GreatFriends VTALKS ครั้งที่ 11
May 24 ระเบียนบทความไปหน้าแรก | สารบัญ | Laploy.com | ระเบียนบทความ | บทความจากลาภลอย ระเบียนบทความ เนื่องในวาระที่ผู้เขียนได้เขียนบล็อกรับใช้ท่านผู้อ่านมาครบรอบหนึ่งปี จึงถือโอกาสรวบรวมรายการบทความ พร้อมคำอธิบายโดยย่อและลิงค์ เพื่อให้ท่านผู้อ่านสามารถค้นหา และเปิดอ่านเรื่องต่างๆ ได้โดยสะดวก นี่คือรายการของบทความขนาดยาว จำนวนยี่สิบแปดบทความ ถ้านับเป็นหน้าเว็บ ก็ยาวหลายร้อยหน้า หนึ่งปีที่ผ่านไปแม้จะรู้สึกว่านานเหลือเกิน แต่ผู้เขียนก็ยังผลิตบทความได้ไม่มากเท่าที่ตั้งใจไว้ เพราะมีงานประจำที่ต้องรับผิดชอบ เคยมีคนถามว่าจัดทำบล็อกไปเพื่ออะไร จะเหนื่อยฟรีเสียเปล่า ผู้เขียนตอบว่า แม้จะไม่ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงิน แต่ก็แต่ก็ได้รับความปลื้มปิติ ที่ได้บำเพ็ญตนให้เกิดประโยชน์ต่อผู้สนใจใฝ่หาความรู้วิชาคอมพิวเตอร์ แม้จะมีคุณค่าเพียงเล็กน้อย แต่ก็จะขอรับใช้ท่านผู้อ่านต่อไป ตราบเท่าที่ยังสามารถทำได้
เขียนโค้ดให้สนุกในยุค 64 บิตไปหน้าแรก | สารบัญ | Laploy.com | ระเบียนบทความ | บทความจากลาภลอย
เขียนโค้ดให้สนุกในยุค 64 บิต
บัดนี้ซีพียู 64 บิตกลายเป็นซีพียูมาตรฐานไปแล้ว จึงได้ฤกษ์อันเป็นมงคล ที่เหล่าโปรแกรมเมอร์ จะอพยพจากโลก 32 บิต ไปเขียนโค้ดแบบ 64 บิตกันเสียที ผู้เขียนขอเสนอตัวเป็นมัคคุเทศก์ นำท่านไปเที่ยวชมโมเดลการเขียนโปรแกรม 64 บิต ทั้งแบบอินเทลและแบบ AMD ความเป็นมาของซีพียู 64 บิต สาเหตุที่ทำให้ AMD สามารถสร้างซีพียูเลียนแบบอินเทลได้และแซงหน้าไปในที่สุด ตำนานสถาปัตยกรรม อิทาเนียม อันลือลั่นของอินเทล ที่ AMD เยาะว่าไม่ช้าจะสิ้นชื่อ หากท่านต้องการทราบคำตอบว่า อะไรคือสถาปัตยกรรม x86-64, IA32, IA64, EM64, Intel64 และ AMD64 โมเดลเขียนโปรแกรมของซีพียู 64 บิตจาก AMD และอินเทล เหมือนหรือแตกต่างกันหรือไม่ ซอฟต์แวร์เดิมแบบ 16 และ 32 บิตจะยังทำงานกับซีพียู 64 บิตได้หรือไม่ นักเขียนโปรแกรมต้องปรับตัว หรือเปลี่ยนวิธีเขียนโปรแกรมอย่างไรบ้าง จึงจะสามารถสร้างซอฟต์แวร์แบบ 64 บิตได้ ขอเชิญพบคำตอบเหล่านี้ และหัวข้อที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากได้ในบทความนี้
64 บิตดีอย่างนี้ไงหล่ะ! ระบบปฏิบัติการสำหรับซีพียู 32 บิตอ้างหน่วยความจำได้สูงสุดเพียง 4 GB และคำนวณเลขทศนิยมได้ไม่เร็วนัก งานที่ต้องใช้หน่วยความจำมากๆ และต้องคำนวณเลขทศนิยมอย่างหนัก เช่น เกมและโปรแกรมสร้างภาพสามมิติจึงทำงานได้อย่างจำกัด ส่วนระบบปฏิบัติการซีพียู 64 บิต อ้างหน่วยความจำได้สูงสุด 16 เทราไบต์ เรียกใช้งานรีจิสเตอร์ 64 บิตและรีจิสเตอร์คำนวณเลขทศนิยม 128 บิตได้เต็มที่ ทำให้เกมและโปรแกรมสร้างภาพสามมิติทำงานเร็วขึ้นมาก
ที่มาของตัวเลข 64 หน่วยต่ำสุดของข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ประมวลผลได้คือหนึ่งบิต แทนค่าได้สองค่าคือศูนย์และหนึ่ง เหมือนสวิทช์หนึ่งตัวที่อาจอยู่ในตำแหน่งปิดหรือปิด เนื่องจากบิตเดียวไม่สามารถแทนข้อมูลอะไรได้มากนัก การประมวลผลจึงใช้หน่วยไบต์ หรือแปดบิต สาเหตุที่เป็นแปดบิต (แทนที่จะเป็นเจ็ดหรือเก้าบิต) เพราะในระบบเลขฐานสองการเพิ่มหลักของตัวเลขจะเพิ่มแบบยกกำลังสอง (คือเพิ่มจาก 2 เป็น 4,8,16,32,64,128 ฯลฯ) การพิจารณาว่าไมโครโปรเซสเซอร์มีขนาดกี่บิต ให้ดูจากขนาดของหน่วยประมวลผลทางตรรกะและคณิตศาสตร์ หรือ ALU (Arithmetic Logic Unit) ไมโครโปรเซสเซอร์ ตัวแรกของบริษัทอินเทล ชื่อ 4004 มี ALU ขนาดสี่บิต ออกจำหน่ายในปี ค.ศ. 1971 แต่ไมโครโปรเซสเซอร์ที่ได้รับความนิยมนำไปใช้ในไมโครคอมพิวเตอร์คือ 8088 ที่ออกจำหน่ายในปี 1979 ไมโครโปรเซสเซอร์ 8088 เป็นซีพียูแบบกึ่งแปดบิตกึ่งสิบหกบิต เพราะ ALU มีขนาด 16 บิต รีจิสเตอร์ภายในก็เป็นสิบหกบิต แต่บัสข้อมูลมีขนาดแปดบิต ไมโครโปรเซสเซอร์ 8088
อิทาเนียมรุ่นที่ออกขายก่อนปี 2006 มีฮาร์ดแวร์ที่สนับสนุนสถาปัตยกรรม IA-32 เพื่อให้ใช้งานได้กับแม่ข่ายรุ่นเก่า ในชิพรุ่นหลังปี 2006 เช่น อิทาเนียม II : Montecito อินเทลได้เพิ่มคุณสมบัติใหม่บางอย่างเช่น สนับสนุนการทำงานแบบหลายเทรธ แบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และคุณสมบัติที่ทำให้วิ่งซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการมากกว่าหนึ่งระบบได้พร้อมกันได้ ปัจจุบันมีระบบปฏิบัติการที่ใช้กับอิทาเนียมได้หลายตัว เช่น Windows Server 2003, Windows Vista, Linux, HP-UX, และ OpenVMS แม้จะเริ่มออกจำหน่ายตั้งแต่ปี 2001 แต่ซีพียูอิทาเนียมไม่เคยได้รับความนิยมในโลกของเดสก์ทอปเลย ส่วนมากจะถูกบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์นำไปใช้สร้างเครื่องแม่ข่ายระดับสูง (high-end server) ปัจจุบันอินเทลเปลี่ยนชื่อ อิทาเนียมทู โดยตัดคำว่า ทู ออก อิทาเนียมถูกผลิตออกมาแล้วหลายรุ่นดังนี้
อิทาเนียมทู McKinley
64 บิต ของดีของ AMD ชิพไมโครโปรเซสเซอร์หลักของบริษัท AMD ในปัจจุบันคือสถาปัตยกรรม K8 (หรือ ADM64) เป็นซีพียูแบบ 64 บิต มีผลิตออกจำหน่ายหลายตระกูลดังนี้
นอกจาก K8 แล้ว AMD ยังซุ่มพัฒนาสถาปัตยกรรม K9 มาตั้งแต่ปี 2001 โดยตั้งใจจะให้เป็นสถาปัตยกรรมซึ่งจะมาแทนที่ K8 แต่โครงการนี้ถูกล้มเลิกไปในปี 2006 เพราะ AMD ต้องการผลักดันโครงการที่ใหม่กว่า นั่นคือ K10 (ข้ามจาก K8 ไปเป็น K10 เลย) AMD แถลงว่าจะนำ Phenom ซีพียู 64 บิตแบบสี่คอร์ (ซึ่งจะเป็นซีพียูที่ใช้สถาปัตยกรรม K10 ตัวแรก) ออกวางตลาดได้ช่วงปลายปีนี้ (พ.ศ. 2550)
ไฟล์ภาพ 003.png : สถาปัตยกรรม K8
อินเทล 64 ตัวทำเงิน สถาปัตยกรรมอิทาเนียมของอินเทลดูเหมือนจะล้ำหน้าไปหน่อย จึงไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร อินเทลแก้เกมโดยหันมาผลิตซีพียูสถาปัตยกรรม Intel64 (เดิมใช้ชื่อ EM64) ซึ่งมีสถาปัตยกรรมรูปแบบเดียวกับ K8 และประสบความสำเร็จในทางตลาดเป็นอย่างดี ซีพียูแบบ Intel64 มีหลายตระกูลดังนี้
เรื่องไส้ๆ ของ K8 ดูในตารางจะเห็นว่าเมื่อเราเขียนโปรแกรมในโหมดเดิม เราจะมีรีจิสเตอร์อเนกประสงค์ขนาด 32 บิต อยู่แปดตัว แต่ถ้าเขียนในโหมด 64 บิต เราจะมีรีจิสเตอร์ 64 บิตถึง 16 ตัว โปรแกรมเมอร์ภาษาแอสเซมบลีจะสนุกกว่าเพื่อน เพราะชื่อรีจิสเตอร์เปลี่ยนหมด แถมมี R8 ถึง 15 เพิ่มมาให้ใช้อย่างจุใจ ส่วน ST และ MM ไม่มีอะไรเปลี่ยน เพราะเดิมก็เป็น 64 บิตอยู่แล้ว รีจิสเตอร์ในกลุ่ม XMM เป็นรีจิสเตอร์ทำงานด้านการประมวลผลภาพสามมิติ (กลุ่มโค้ด SSE3) ใช้ชื่อเดิมและมีขนาดเท่าเดิมแต่เพิ่มจำนวนขึ้นเท่าตัว รีจิสเตอร์ชี้คำสั่งเปลี่ยนไปทั้งชื่อและขนาด ส่วนแฟลกเหมือนเดิมทุกอย่าง เพราะจำนวน 32 บิตก็มากจนไม่รู้จะเอาไปใช้ทำอะไรแล้ว และสุดท้ายคือสแต็กที่กว้างกว่าเดิมเท่าตัว
เทียบเท่าถึงปู่ทวด ลองมาดูรีจิสเตอร์ A หรือแอคคิวมูเลเตอร์ซึ่งเป็นรีจิสเตอร์หลักของซีพียูกันหน่อย จากรูปจะเห็นว่าหากเขียนโปรแกรมแบบ 64 บิต รีจิสเตอร์นี้จะมีชื่อว่า RAX มีขนาด 64 บิต หากเขียนโปรแกรมแบบ 32 บิต รีจิสเตอร์นี้จะมีชื่อว่า EAX มีขนาด 32 บิต หากเขียนโปรแกรมแบบ 16 บิต รีจิสเตอร์นี้จะมีชื่อว่า AX มีขนาด 16 บิต และหากเขียนโปรแกรมแบบ 8 บิต รีจิสเตอร์นี้จะกลายเป็นรีจิสเตอร์ขนาด 8 บิตสองตัว คือ AH และ AL ขอให้สังเกตว่าทุกตัวคือรีจิสเตอร์เดียวกันหมด หากเราเขียนโปรแกรมแบบ 64 บิต เราจะใช้งานมันครบเต็มที่ เมื่อเขียนโปรแกรมแบบ 32 บิตก็ใช้งานเพียงครึ่งเดียว เมื่อเขียนโปรแกรมแบบ 16 บิตก็ใช้เพียงหนึ่งในสี่ และเมื่อเขียนโปรแกรมแบบ 8 บิตก็ใช้งานเพียงหนึ่งในแปด บริษัท AMD ออกแบบ K8 มาเช่นนี้เพื่อความเข้ากันได้ย้อนหลัง ซึ่งย้อนไปจนถึงสมัยซีพียูแปดบิต หรือสมัยต้นกำเนิดของพีซีเลยทีเดียว ขนาดของแอคคิวมูเลเตอร์ในสถาปัตยกรรม K8
ตัวอย่างโปรแกรม K8 ต่อไปมาดูคำสั่งภาษาแอสเซมบลีของ K8 ในการบวกเลขจำนวนเต็มสองจำนวน เลขจำนวนแรกเก็บอยู่ในรีจิสเตอร์ A และตัวที่สองอยู่ใน B เราจะนำค่าใน A ไปบวกกับ B ผลลัพธ์จะถูกนำไปเก็บไว้ใน B ก่อนการบวก A และ B มีค่าดังนี้ RAX = 0002_0001_8000_2201 RBX = 0002_0002_0123_3301
โปรดสังเกตว่าการบวกแบบ 64 บิตให้ผลลัพธ์ครบสมบูรณ์ ส่วนการบวกแบบ 32 บิตๆ ที่63 ถึง 32 ถูกถมด้วยศูนย์และไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของผลลัพธ์ การบวกแบบ 16 บิตๆ ที่ 63 ถึง 16 ถูกกันไว้และไม่นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของผลลัพธ์ และการบวกแบบ 8 บิตๆ ที่ 63 ถึง 8 ถูกกันไว้และไม่นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของผลลัพธ์ จะเห็นว่าคำสั่งบวกแบบ 64 บิตไม่แตกต่างจากการเขียนโปรแกรมแบบ 8, 16, หรือ 32 บิต มากนัก
คำสั่งที่เปลี่ยนไปใน AMD64 บริษัท AMD เปลี่ยนแปลงชุดคำสั่งเพื่อให้นักเขียนโค้ดใช้ประโยชน์จากสถาปัตยกรรม 64 บิตได้ การเปลี่ยนแปลงนี้มีทั้งเพิ่มคำสั่งใหม่ เปลี่ยนความหมายของคำสั่งเดิม (คือยังใช้ชื่อเก่าแต่เปลี่ยนการทำงานใหม่ไปเล็กน้อย) ยกตัวอย่างเช่น
เขียนโปรแกรม 64 บิตใน อิทาเนียม เพื่อให้เกิดความเข้ากันได้กับซอฟต์แวร์เก่าแก่ อินเทลถึงถูกออกอิทาเนียมให้ทำงานได้สองสภาพแวดล้อม สภาพแวดล้อมแรกเรียกว่า IA32 มันจะจำลองตัวเองเป็นซีพียูเพนเทียม 32 บิต และไม่สามารถใช้งานคุณสมบัติ 64 บิตได้ อีกสภาพแวดล้อมหนึ่งเรียกว่าอิทาเนียมซึ่งแบ่งโหมดการทำงานออกได้ดังนี้
อิทาเนียมสามารถสลับการทำงานระหว่าง 32 และ 64 บิตได้ตลอดเวลาโดยอาศัยคำสั่งพิเศษและอินเตอร์รัพต์ โดยขณะทำงานอยู่ในโหมด 64 บิตจะใช้คำสั่ง br.ia เพื่อเปลี่ยนไปเป็นแบบ 32 บิต และคำสั่ง jmpe เพื่อเปลี่ยนไปเป็น 64 บิตขณะทำงานแบบ 32 บิต
อิทาเนียมทู
รีจิสเตอร์ของอิทาเนียม รีจิสเตอร์ของอิทาเนียมที่เกี่ยวข้องกับนักเขียนโค้ดซึ่งเขียนโค้ดระดับต่ำ อย่างภาษาแอสเซมบลีหรือภาษาซี (รวมถึง C++) มีดังนี้
ในการเขียนโค้ดแบบอิทาเนียม 64 บิตเต็มยศรีจิสเตอร์เหล่านี้จะถูกใช้ทั้งหมด และเพื่อให้เข้ากันได้กับการเขียนโค้ดในสถาปัตยกรรม IA-32 เดิม รีจิสเตอร์เหล่านี้จะถูกจำลอง (register mapping) เป็นรีจิสเตอร์ของแพนเทียม 32 บิต
ตัวอย่างโปรแกรมอิทาเนียม ไม่ใช่แค่ใน C# และจาวาเท่านั้นที่มีเนมสเปส แต่ในภาษาแอสเซมบลีของอิทาเนียมก็มีเนมสเปสกับเขาด้วยเหมือนกัน แต่ความหมายคนละเรื่องกันเลย เนมสเปสในอิทาเนียมมีสามตัวคือ ซิมโบล (Symbols สัญลักษณ์) รีจิสเตอร์ และนีโมนิก ลองดูตัวอย่างโค้ดต่อไปนี้
จากโค้ดข้างบน คำสั่งบรรทัดที่หนึ่งเรากำหนดลาเบลชื่อ r5 นี่คือตัวอย่างการใช้ซิมโบล บรรทัดต่อมาคำสั่ง movl ทำหน้าที่นำข้อมูลในหน่วยความจำตำแหน่งที่ระบุโดย r5 มาใส่ไว้ในรีจิสเตอร์ r4 คำสั่งบรรทัดที่ 3 โหลดข้อมูลสี่ไบต์มาใส่ใน r28 นี่คือตัวอย่างของการอ้างถึงรีจิสเตอร์ บรรทัดที่ 4 นำ 2 มาบวกกับ r1 แล้วนำไปใส่ใน r9 คำสั่ง add คือนีโมนิก ซึ่งอาจะเป็นคำสั่งของอิทาเนียมจริงๆ หรืออาจเป็นพซิวโดออพ (Pseudo-op หมายถึงคำสั่งเทียมที่จะถูกนำไปแปลเป็นภาษาเครื่องอีกที) ก็ได้
ภาษาแอสเซมบลี 64 บิต ไม่ว่าจะเป็นอิทาเนียมหรือ AMD64 หากต้องการใช้ประโยชน์จากสถาปัตยกรรม 64 บิต นักเขียนโค้ดภาษาแอสเซมบลีต้องเขียนโปรแกรมใหม่ทั้งหมด เพราะสิ่งพื้นฐานต่างๆ เปลี่ยนไป เช่นรีจิสเตอร์ถูกเปลี่ยนชื่อ ขนาด และจำนวนไปเกือบทั้งหมด ทำให้คำสั่งต่างๆ แม้นีโมนิกจะเหมือนเดิมแต่โอเปอเรนด์เปลี่ยนไป
C++ 64 บิต แง่มุมหลักที่ผู้ใช้ภาษา C++ ต้องพิจารณาคือขนาดของอินทีเจอร์ และพอยน์เตอร์ที่กลายเป็น 64 บิต การกระทำทางคณิตศาสตร์กับพอยน์เตอร์ คำสั่งที่มีผลต่อบิตโดยตรง เช่นการเลื่อนบิต การหมุนบิต จำนวนไบต์ของโอเปอเรนด์ และอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น
โค้ดสองบรรทัดนี้หากทำงานใน 32 บิตจะปรกติดี แต่เมื่อทำงานแบบ 64 บิตจะเกิดเออเรอร์แบบ บัฟเฟอร์ล้น เพราะขนาดของพอยน์เตอร์โตกว่าเดิม หรืออย่างโค้ดต่อไปนี้
อย่างนี้ก็จะเออเรอร์เช่นกันเพราะจองเนื้อที่อาร์เรย์ไว้ไม่พอ วิธีแก้คือใช้ฟังก์ชัน sizeof() ดังนี้
ถ้าเขียนแบบนี้โปรแกรมจะทำงานได้ถูกต้องทั้งใน 32 และ 64 บิต ต่อไปลองดูปัญหาที่เกิดจากการเลื่อนบิต
ฟังก์ชันนี้หาก bitNum เท่ากับ 32 เมื่อทำงานแบบ 32 บิต mask จะเป็นศูนย์ แต่ถ้าทำงานแบบ 64 บิต mask จะไม่ใช่ศูนย์ปัญหาเกิดจากเลข 1 ที่ใช้ทำ mask มีจำนวนไบต์ต่างจาก ptrdiff_t วิธีแก้ง่ายๆ คือทำแปลงไทป์ให้ตรงกันแบบนี้ จะทำงานได้ถูกต้องทั้งใน 32 และ 64 บิต
อนาคตสดใสในโลก 64 บิต อินเทล (และเอชพี) มองว่าสถาปัตยกรรม x86 โบราณแล้ว ไม่เหมาะกับพีซีแห่งอนาคต จึงออกแบบ อิทาเนียม ให้เป็นนวัตกรรม เป็นสถาปัตยกรรมใหม่เอี่ยม ทรงไว้ซึ่งเทคโนโลยีอันก้าวหน้า เพียบด้วยแนวคิดอันยอดเยี่ยมสารพัด ส่วนสถาปัตยกรรม K8 เป็นแค่การพอกพูนสถาปัตยกรรม x86 ให้หนาขึ้น ถ้ามองในแง่ความพยายาม เพื่อให้เข้ากับสถาปัตยกรรมเดิมถือว่าทำได้ดีมาก ถ้ามองในแง่ความเรียบง่ายก็ถือว่าทำได้อย่างสวยงาม แม้ในทางวัตกรรมถือว่าเป็นรองอิทาเนียม ส่วนในแง่การตลาดถือว่าประสบความสำเร็จดีเยี่ยม เมื่อมีผู้ใช้ชิพ 64 บิตมากขึ้นอีกไม่นานเราคงได้เห็นซอฟต์แวร์ 64 บิตพันธุ์แท้ มันจะเป็นซอฟต์แวร์ที่ทรงพลังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โปรแกรมที่จะได้รับประโยชน์จากการเขียนโค้ดแบบ 64 บิต คือโปรแกรมที่กินแรงซีพียู และต้องการหน่วยความจำมากๆ เช่นโปรแกรมสร้างภาพสามมิติและเกม ลองนึกภาพดูว่า เกมเอนจิน (game engine)อย่าง Half-Life2 หรือ Oblivion หากถูกนำมาสร้างใหม่เป็นแบบ 64 บิตจะดีเด่นเพียงใด แค่คิดก็ตื่นเต้นจนอดใจรอไม่ไหวแล้ว
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|